ว่าด้วยเรื่องการฝึกงาน ณ สถาบันสอนภาษาอังกฤษ
posted on 16 May 2011 16:20 by youtiao in dailyปาโก๋กลับมาแล้ว พร้อมกับสาระและความเครียด O_O" 555+ .. ขอบอกว่า ซัมเมอร์ปีนี้ได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าจริงๆ กับการฝึกงาน !! และแล้วมันก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ?? เอนี่เวย์ I'm back. ด้วยความรู้สึกอยากเขียนแบบสุดๆ
ระหว่างที่ต้องทำรายงานการฝึกงานนั้น เราควรจะมาเรียบเรียงเหตุการณ์และความคิดก่อน เพื่อที่อาจารย์อ่านแล้วจะได้ไม่งง หะๆๆ
ALERT !! This page is dedicated to EG386: Practicum, English Department, Thammasat University.
- - - - - - - - -
โก๋เลือกฝึกงานที่สถาบันสอนภาษาอังกฤษแห่งหนึ่ง ความจริงก็มาวิ่งเล่นที่สถาบันแห่งนี้ตั้งแต่ปีก่อนแล้ว อยู่ไปอยู่มาพี่ๆก็ชวนให้มาทำงานด้วยกันเลย O_O" การฝึกงานครั้งนี้ เลยไม่ค่อยเหมือนฝึกงานทั่วไปเท่าไหร่ เพราะโก๋ต้องกลายไปเป็น 1 ในสต๊าฟของทางสถาบันเลย
สิ่งหนึ่งที่จะแตกต่างออกไปจากพี่ๆสต๊าฟคนอื่น นอกจากเรื่องเงินเดือนที่ได้น้อยกว่าแล้ว ก็คือ โก๋จะได้สิทธิพิเศษในการสอนภาษาอังกฤษนักเรียนด้วย หรือเป็นครูด้วยนั่นเอง ... โก๋จึงได้สถาปนาตัวเองขึ้นเป็น Assistant Teacher ของที่นี่เลย ฮ่าๆๆ
- - - - - - - - -
หน้าที่ของโก๋ที่ได้รับผิดชอบนะ
- ตรวจการบ้านนักเรียน
- ทำข้อสอบสำหรับสอบเข้าคอร์สเรียน
- ทำข้อสอบสำหรับนักเรียนทบทวน grammar
- วางแผนการเรียนการสอนสำหรับ conversation classes
- เตรียมเนื้อหาและเอกสารสำหรับ native teachers
- แสวงหาข้อสอบและแบบฝึกหัด สำหรับนักเรียนเตรียมสอบ TOEIC
- สอน basic grammar แทนอาจารย์บางท่านที่ติดธุระ
- ติวนักเรียนเตรียมสอบ
- สอน private class ให้กับนักเรียนที่ไม่สามารถเข้าคลาสปกติได้
- ตอบคำถามเกี่ยวกับภาษาอังกฤษที่นักเรียนไม่เข้าใจ
- อัพเดทเพจฟรีบทเรียนภาษาอังกฤษ บน facebook ของทางสถาบัน
- ดูแลนักเรียน อาจารย์ และจุกจิกอื่นๆ
แลดูว่าเป็นภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่มาก ต้องขอขอบคุณพี่ๆและผู้จัดการสถาบันมากๆเลยนะคะ ที่ให้ความไว้วางใจให้ทำอะไรมากมายขนาดนี้ ^^"
- - - - - - - - - -
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการฝึกงานที่นี่ ... พูดยากแฮะ
- การทำงานที่ต้องเข้างานเป็นเวลา ทั้งๆที่งานของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาเนี่ย มันน่าลำบากใจจริงๆ
- สกิล multitasking !! ปกติโก๋ก็เป็นพวกชอบทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกันอยู่แล้วนะ แต่ว่าการทำงานที่นี่มันยิ่งกว่านั้น เพราะเราต้องมีสติมากพอที่จะตอบสนองคำสั่งของบุคคลอื่นๆตลอดเวลา ขอยกตัวอย่างเช่น อยู่ดีๆ อาจารย์ท่านหนึ่งก็สั่งเราให้พิมพ์ข้อสอบ SAT (Scholastic Aptitude Test) ส่วนของภาษาอังกฤษทั้งหมด จากข้อสอบ 5 ชุด และขอคำตอบพร้อมคำอธิบายด้วย ... เกิดมายี่สิบปีก็เพิ่งเคยเห็นข้อสอบ SAT เป็นครั้งแรก แถมข้อสอบแต่ละชุดเรียงตำแหน่งของการทดสอบด้านภาษาศาสตร์ไม่เหมือนกันอีก วันนั้นได้กระดาษกับดินสอช่วยชีวิตเลยแท้ๆ เพราะต้องจดหน้าของข้อสอบแต่ละส่วนของแต่ละชุดๆ ออกมา แล้วสั่งพิมพ์เป็นร้อยหน้า ทั้งยังต้องไปต่อกรกับเครื่องถ่ายเอกสารที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอีก -*-
- การควบคุมอารมณ์ อันนี้สำคัญมาก เพราะปกติแล้วโก๋จะหลีกเลี่ยงดราม่าและปัญหาชีวิตของคนอื่นอยู่ตลอด แต่พอมาทำงานแล้วเนี่ย มันเลี่ยงไม่ได้ ยังไงก็ต้องเจอผู้คน แถมพอเค้าเห็นว่าเรามาฝึกงาน เค้าก็ยิ่งจะใคร่ใช้งานเราอย่างไม่ปราณีปราศรัย ก็เรามันเด็กฝึกงานนี่ เค้าสั่งอะไรก็ต้องทำ ... *ซึ่งปกติแล้ว พี่ๆเค้าก็จะไม่ใช้งานอะไรเรานักหรอก ถ้านอกเหนือจากความรับผิดชอบของงานเรา เค้าออกจะเกรงใจเราด้วยซ้ำ เว้นก็แต่บุคคลที่สนิทชิดเชื้อกับเราเป็นพิเศษ ที่ถือสิทธิความเป็นญาติมาบงการชีวิตเรา ให้เราต้องคอยตอบสนองความต้องการของเค้าตลอดเวลา ... สุดท้ายแล้วก็ไปกันไม่รอดค่ะ ทะเลาะกันทุกวัน หลังๆเลยต้องวางมาตรการใหม่ ห่างกันซักพักดีกว่านะพี่สาวเรา
* สำหรับคนอื่นคงไม่มีปัญหา ถ้าถูกขอให้ไปช่วยงานอื่น แต่สำหรับโก๋แล้ว มันไม่ยุติธรรมนะ .. ทางสถาบันต้องการให้เรามาช่วยดูแลด้านภาษา ทางมหาวิทยาลัยก็ระบุให้เราทำงานที่ใช้ภาษา เราไม่ได้มาขอทำงานรับใช้ใครนี่นา
- การสอน .. ความจริงต้องบอกว่า โก๋เคยอยากเป็นครูมาตลอด แต่การเป็นครูนั้นไม่ง่ายเลยจริงๆ โดย**เฉพาะการเป็นครูที่ดูเด็กกว่านักเรียน ทั้งยังต้องมาสอนนักเรียนที่(อาจ)โดนผู้ปกครองบังคับให้มาเรียนเนี่ย นอกจากเราจะต้องรับผิดชอบสอนให้นักเรียนเข้าใจแล้ว เรายังต้องควบคุมนักเรียนให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยด้วยอีก - -"
** ต้องขออ้างอิงว่า ทางสถาบันรับนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นไปโดยไม่จำกัดว่าสูงสุดอยู่ที่เท่าไหร่ และคลาสเรียนปรับพื้นฐานนั้น จะยังไม่แยกเลเวล(ทั้งอายุและความสามารถ) ทำให้เราสามารถเจอนักเรียนอายุ 12 และอายุ 40 พร้อมกันในคลาสเดียว
- นอกเหนือกับปัญหาจุกจิกแล้ว ก็ถือว่าการมาฝึกงานที่นี่ให้ประสบการณ์ที่ดีมากเลยทีเดียว ถ้าจะระบุให้ชัดเจนลงไปอีกก็น่าจะเป็นเรื่องทัศนคติ ... โก๋ไม่เคยคิดว่าการเรียนพิเศษภาษาอังกฤษเป็นเรื่องจำเป็นเลย เพราะเราสามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้ฟรีตามอินเตอร์เน็ตและอื่นๆอีกมากมาย แต่พอได้มาทำงานที่นี่ ได้เจอนักเรียนหลากหลายรูปแบบแล้ว ก็ต้องยอมรับล่ะนะว่า สำหรับคนบางคนแล้ว การพัฒนาความสามารถทางการใช้ภาษาอังกฤษนั้นเป็นไปได้ยากจริงๆ คงไม่สามารถจะเอาตัวรอด หรือฝึกฝนด้วยตัวเองได้แน่ๆ

พูดถึงเรื่องเงินเดือนแล้วก็สะเทือนใจนิดๆ ไม่ใช่เพราะว่ามันน้อยนัก แต่เป็นเพราะเงินส่วนนั้นจะถูกนำไปใช้จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน สำหรับการเดินทางไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่นในเดือนกันยายนนี้ คงไม่ได้เอามาใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงเริงรมย์ของโก๋แน่แล้ว ฮุ่~