ผมต้องขอโทษจริงๆนะคับ
ทั้งๆที่ตั้งใจเอาไว้ว่า จะมาอัพเมื่อถึงวันเกิดของผม
นี่ก็เลยมาสองวันแล้ว ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย
มาถึงตอนนี้ ผมก็ยังไม่ได้เริ่มเขียนเรื่องวิปัสสนา
ซึ่งเห็นท่าจะไม่ดี ผมเลยขอยกเอนทรี่ของพี่สาวของผม
ที่เขียนไว้ในHi5มาให้ทุกคนอ่านก่อน (แก้ขัดน้อ)
แต่เหตุผลที่ขอนำคำบอกเล่าจากพี่สาว จริงๆแล้ว
เป็นเพราะพี่สาวของผมได้เข้าคอร์สวิปัสสนามาระยะหนึ่งแล้ว
พี่สาวจึงมีความเข้าใจและถ่ายทอดได้ดีกว่าผม ^^"
บางคนอาจจะสงสัยว่าปรางไปวัดอะไร คือปรางได้มีโอกาสไปนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ที่สถานปฎิบัติธรรม ที่จ.นครสวรรค์มาคะ เป็นของคุณแม่ศิริ กริณชัย ไปแบบฟลุ๊กๆ เพราะตอนแรกแม่ปรางมาเล่าว่าเพื่อนที่ทำงานไปเข้าคอร์สมาแล้วกลับมาดูดี เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเยอะ แล้วประจวบกับค.เห็นของหลายๆคนที่อยากให้ปรางไปนั่งสมาธิบ้างคงเห็นปราง เป็นพวกฟุ่งซ่านอย่างแรง (ก็จริง) ได้ยินก็บอกให้คุณแม่ไปจองให้เลย ให้ป้าหาคอร์สลงให้ ปรากฏว่า มีคอร์สว่างปีหน้านู้น ไม่ไหวอ่ะ ปีหน้าคงจะยุ่งมาก อยากไปปิดเทอมที่ผ่านมาอ่ะคะ พอมาเรียนที่ม. อ.มาชวนในห้องว่าใครสนใจไปนั่งวิปัสสนามั้ย ปรางก็ไปถามๆเพราะคิดว่าไปลองๆดู เอาประสบการณ์ไม่คิดว่าจะเป็นคอร์สเดียวกะของเพื่อนแม่ปราง โชคดีมากเลย ทั้งที่เตรียมตัวเตรียวใจ รับค.ลำบากในการที่ต้องไปอยู่วัดต่างๆ เอาผ้าถุงทุกอย่างไปกระเป๋าไปโตมากๆ คิดว่าต้องอดข้าวเย็นด้วย แต่พอไปถึง ที่พัก อาหาร ห้องน้ำต่างๆ ดูดี สะดวกสบายมากมาย เป็นอาหารมังสาวิรัส อร่อยมากเลย ทานอาหารดีๆ อยู่ในที่ดีๆ บรรยากาศดีๆ แล้วยังได้ปฏิบัติธรรม ช่างเป็นช่วงที่ปรางมีค.สุข และยังเป็นช่วงที่จิตใจไม่ฟุ่งซ่าน สงบที่สุดในชีวิตแล้วก็ว่าได้
เพราะเราจะเคยสังเกตใจตัวเราเองบ้างรึป่าวว่า ใจได้จดจ่อกับปัจจุบันและสิ่งที่เรากำลังทำรึป่าว คนส่วนใหญ่มักทำอะไรอย่างไม่มีสติ ตัวอย่างเวลาทานข้าวใครเคยสนใจมั้ยว่า กรามล่างรึกรามบนขยับ (งงละซิ) ตอนแรกวิทยากรถาม ปรางก็นั่งคิด งงๆ ลองไปสังเกตดูนะคะ การปฏิบัติแบบนี้ ก็คล้ายๆกับเป็นกุสโรบาย ให้เราเพิ่มสติในการดำเนินชีวิต ถ้าเรามีสติก็จะเกิดปัญญา ถ้าทุกคนทำได้แบบนี้ ปรางว่าคนที่คิดจะทำชั่ว ทำผิด คงจะลดลงไปได้เยอะเลยหละ แค่กำหนดค.คิดของตนเองและรู้เท่าทันจิตตนเอง ก็เป็นอะไรที่สุดแสนยากเย็น สำหรับปรางนะ แค่เสี้ยวขณะจิต วูบนึง คิดไปถึงไหนๆ อยากกลับบ้าน กลับบ้านจะไปทำไร เหลืออีกกี่วัน นี่จะเป็นช่วงแรกๆ แต่พอเลยวันที่ 3 4 ไปจะเริ่มอยู่ตัวคะ นั่งสมาธิสบายๆ เดินจงกลม ก็โอเค วันสุดท้ายนี้ไม่อยากกลับบ้านเลย รู้สึกกลัวค.วุ่นวาย ของโลกภายนอก
ทุกคนคิดว่า คนเราเลือกเกิดได้มั้ยคะ? ตอนแรกคำถามนี้ ปรางจะยืนยันเลยว่า ไม่ได้อย่างแน่ แต่ตอนนี้ คนเราเลือกเกิดได้นะ ดูจากปัจจุบันวันนี้ เรากำลังทำอะไร สร้างกรรมดี หรือ กรรมชั่ว มากน้อยแค่ไหน นี่ก็เป็นทางเลือกให้เราไปเกิดต่อไปว่าจะไปเกิดด้วยกรรมดี หรืออยากไปเกิดด้วยกรรมชั่ว
อย่าประมาทในการใช้ชีวิตกันเลย ไม่รู้ว่าเราจะได้อยู่ใช้ชีวิตไปจนถึงวันไหน ตอนนี้ยังมีแรง สามารถทำค.ดี ทำสิ่งดีๆให้คนที่รัก รอบข้าง มันก็มีแค่ชาตินี้นะคะ ชาติหน้า แม่และพ่อ ก็ต่างไปเกิดเป็น แม่ เป็นพ่อ ของคนอื่นแล้ว มีเกิดก็ย่อมมีดับ
บางคนมักคิดว่าคนที่เข้าวัดมี 2 อย่างคือ ไม่แก่ ก็ อกหัก ปรางอาจจะเคยเสียใจมาก่อน อาจจะมีส่วนที่ดึงให้ไปทางนี้บ้าง แต่ปรางมีค.คิดว่า แค่เกิดมาก็เป็นค.ทุกข์ คุณไม่ต้องรอให้เจ็บ แก่ ตาย หรือ อกหัก ถึงจะทุกข์หรอก แค่คุณเกิดมาคุณก็ร้องไห้แล้ว ทุกข์เพราะ ต้องการสุข ถ้าไม่อยากสุข ก็ ไม่ทุกข์ คะ
ก็คงต้องเดินต่อไป สร้างค.เพียร สะสมบุญบารมี เพื่อสักวัน เราจะได้ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิด พ้นจากค.ทุกข์นะคะ
P.S. ด้วยรักและปรารถนาดีต่อทุกๆคน ใครอ่านแล้วสนใจ เข้ามาถามปรางได้นะ ถ้าอยากไปเข้าคอร์ส 8 วัน 7 คืน ครั้งต่อไปเดือน กุมภาพันธ์คะ ปรางช่วยติดต่อให้ได้ ด้วยความยินดี
credit : พี่สาวของผม http://maprang-ja.hi5.com
ว่าแล้วก็ขอตัวเผ่นก่อนละกันเน้อ
ยังอยู่ในช่วงใช้ชีวิตทางโลก ออกจากบ้านแทบทุกวัน
ขอสนุกกับเพื่อนๆ และครอบครัวอีกซักหน่อยละกัน
คราวหน้าจะมาอัพเรื่องวันเกิดของผมแล้วล่ะน้า ^^
ขอให้ทุกคนโชคดีและประสบความสำเร็จในการพัฒนาตนเองนะคับ
วินาทีนี้ยังไม่สาย ที่จะเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ เพื่อชีวิตที่ดี สังคมที่ดี อนาคตที่ดี
edit @ 6 Jan 2008 12:57:40 by :: PAKO ::