สุนทรีย์ยามเช้า
posted on 08 Oct 2008 07:53 by youtiao in dailyวันที่ 8 ตุลาคม 2551
ผมตื่นขึ้นมารับแสงอรุณยามเช้า ไม่ซิ ... ผมยังไม่ได้นอนเลยต่างหาก เมื่อคืนผมติดพันกับหนังเกาหลีเรื่องหนึ่ง เกมออนไลน์ และอินเตอร์เน็ต จนกระทั่งประมาณ ตีสี่กว่าๆ ถึงได้ปิดทีวีกับคอมพิวเตอร์ แล้วขึ้นห้องไปอาบน้ำสระผม วันนี้ผมอาบน้ำนานเป็นพิเศษ อาจเพราะร่างกายของผมมันสกปรก หมักหมมมามาก หรืออาจเป็นเพราะ สายน้ำจากฝักบัวมันทำให้ผมรู้สึกชุ่มชื่นขึ้นมาก็ไม่รู้นะ ผมอาบน้ำแต่งตัว สวมชุดนอน ทั้งๆที่พระอาทิตย์กำลังจะมาแล้ว ทีวีที่ผมเปิดการ์ตูนทิ้งไว้ก่อนเข้าห้องน้ำ ตอนนี้ก็กลายเป็นช่องASTVไปซะได้ แต่คุณแม่ของผมที่เป็นคนเปลี่ยนช่อง กลับยังนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มเหมือนเดิม
เจ้าอิ๋งๆสุนัขพูดเดิ้ลพันธุ์ทางที่ครองหัวใจของคนในครอบครัวผม ส่ายหางดุกดิกเข้ามาหา เดินตามผมไปทั่วห้อง พอหันไปมอง ผมก็สบเข้ากับสายตาขี้อ้อนของมัน ผมรู้อยู่แล้วล่ะว่า มันต้องการอะไร ... 05.45 ... เกือบหกโมงเช้าแล้ว เจ้าอิ๋งๆคงอยากจะลงไปทำธุระส่วนตัวจนปวดท้องเกร็งแล้วล่ะ
หลังจากที่ผมปล่อยเจ้าขนหยิกไปทำธุระ แล้วรับกลับเข้ามาในบ้านแล้ว ผมก็ย้อมขึ้นไปปลุกคุณแม่ ท่านดูประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นผมตื่นเช้า แต่ก็ยังเผยรอยยิ้ม คุณแม่บ่นอิดออดเล็กน้อยว่า ยังไม่อยากตื่นเลย ผมก็เลยแซวท่านเล่นๆว่า แต่ก็กลับเปิดทีวีติดตามข่าวไว้ทั้งคืน
ระหว่างที่คุณแม่อาบน้ำเตรียมตัวไปทำงาน ผมก็ลงมาข้างล่างหยิบไม้กวาดมาเริ่มงานของผมบ้าง ถ้าหากคุณแม่ คุณยาย หรือพี่สาวของผมมาเห็นเข้า คงต้องทักว่า พายุจะเข้าแน่ๆ เพราะผมเองไม่เคยจะสนใจงานบ้านอย่างนี้เลยนี่นา หลังจากที่จัดการเศษผงและกองขี้ฝุ่นไปเรียบร้อย ผมก็ย้อนเดินไปเปิดหน้าต่างทั่วบ้าน ให้แสงแดดที่กำลังจะทอแสงได้สาดส่องเข้ามา ท้องฟ้าเริ่มมีสีอ่อนลง เห็นริ้วแสงเป็นลำ เมฆกลุ่มหนึ่งที่อยู่เหนือฟ้าระหว่างบ้านผมกับบ้านลุงส่องแสงเล่นระดับชั้น ผมนึกเสียดายอยู่เหมือนกัน ที่เช้าวันใหม่ที่งดงามของผม ผมกลับไม่สามารถถ่ายรูปเก็บภาพมันเอาไว้ได้ เหตุก็เพราะ พี่สาวของผมพกกล้องถ่ายรูปประจำบ้านไปค้างบ้านเพื่อนด้วย แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะผมจะต้องหาโอกาส ไม่ซิ ... ผมต้องตื่นแต่เช้ามาถ่ายรูปเก็บไว้ให้ได้ซักวันหนึ่งล่ะ
คุณรู้ไหม? ผมน่ะ บอกกับตัวเองและทุกคนมาตลอดว่า ผมเป็นคนที่ชอบเวลากลางคืน ชอบท้องฟ้าสีหม่น แสงจากหลอดไฟเป็นดวงสีนวลๆ บางคืนก็จะเห็นดาว บางคืนพระจันทร์ก็จะอวดโฉมชวนให้หลง และยิ่งมากไปกว่านั้น หากเป็นคืนวันหยุดพิเศษๆ หรือมีการเฉลิมฉลอง ผมก็จะสามารถมองเห็นพลุได้อย่างชัดเจน
แต่มาวันนี้ ขณะที่ผมใช้แรงอย่างมากในการดันประตูบานเลื่อนให้เปิดออก จนลมสามารถพัดเอากลิ่นดิน กลิ่นหญ้า กลิ่นน้ำค้าง ทั้งแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องมาตกอยู่ตรงสนามหญ้าบ้านผม เสียงนกหยอกล้อเล่นกัน หรือแม้แต่เจ้าขนหยิกที่เดินกระดิกหางไปมา ภาพ เสียง กลิ่นที่ผมได้สัมผัส มันบอกกับผมอย่างชัดเจนว่า "ถึงแม้ผมจะชอบเวลากลางคืน แต่ผมก็ชอบเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นมากที่สุด"
ในชีวิตของผม เกิดขึ้นมาเป็นเวลากว่า 18 ปีแล้ว ได้ลืมตามองโลกมาทั้งหมด 6,851 วัน นี่เป็นครั้งแรกหรือเปล่า ที่ผมพยายามมองโลกให้สวยงามที่สุด เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะรู้สึกได้ ผมไม่อยากให้ความสุนทรีย์นี้เลือนหายไปเลย ไม่อยากแม้แต่จะเก็บมันไว้ชื่นชมเพียงคนเดียว
ช่วงเวลาแค่ 3 ชั่วโมง จากวันหยุดปิดเทอมของผม ผมรู้สึกว่า ผมได้ใช้เวลาให้ตัวเองมีความสุขได้แล้ว
ผมได้อาบน้ำ สระผม แต่งตัวสบายๆ ได้เล่นหยอกล้อกับสุนัขตัวโปรด ได้เห็นรอยยิ้มของคุณแม่ ได้เห็นพระอาทิตย์(นี่อาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะมันบอกมนุษย์ว่า คุณยังไม่ตาย) ได้ยินเสียงนกร้องเพลง ได้เห็นคุณยายเดินออกไปใส่บาตร ได้กวาดบ้าน ได้เปิดประตูหน้าต่าง(หลังจากที่ทำหน้าที่เป็นคนปิดมาตลอด) ได้ดื่มยาคูลท์ ได้ซ้อมคีย์บอร์ดด้วยเพลงที่เล่นมา 4 ปีก็ยังไม่สามารถเล่นได้จบ และได้มาถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองอย่างนี้
ความจริง ถ้าไม่ติดว่าผมไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์ เพราะใช้สายตามาตลอดทั้งวัน หรือเพราะผมแต่งตัวในชุดนอนอยู่ ผมอาจจะหยิบใส่นาฬิกา หยิบกระเป๋าสตางค์ แล้วเดินออกจากบ้านไปชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาซะหน่อยล่ะ
อยากให้เช้าทุกวันเป็นแบบนี้จัง แต่ก็คงจะยากนะ เพราะคุณแม่ผมคงต้องดุผมแน่ๆ ที่ไม่ยอมเข้านอนแต่ทนถ่างตาถึงเช้าแบบนี้ทุกวัน จะให้ง่ายขึ้นและถูกต้อง ผมคงต้องเข้านอนแต่หัวค่ำ แล้วตื่นแต่เช้าตรู่ซินะ แต่ว่า ... มันยากจัง ผมหลับแล้วไม่ค่อยตื่นซะด้วยซี
อรุณสวัสดิ์นะครับทุกคน ... ผมคงต้องขอลาพระอาทิตย์ไปกอดตุ๊กตานอนแล้ว
พูดถึงเพลงที่ผมพยายามเล่นมา 4 ปี (ความจริงอาจจะนานกว่านั้น แต่ผมยึดตามเวลาที่ผมได้คีย์บอร์ดเป็นของตัวเอง) ก็คือเพลง Canon in D major ของ Pachelbel เพลงคลาสสิคที่ผมชื่นชอบที่สุดในโลก และอาจจะเหมือนกับพวกคุณบางคนก็ได้
(แต่ก่อนผมชอบฟังเพลงนี้ตอนอ่านฟิคมากที่สุด ถึงกับสามารถแต่งฟิคสั้นโพสต์ลงบอร์ดสำเร็จเป็นเรื่องแรกเลยล่ะ)
(แต่เพลงนี้ มันทำให้ผมคิดถึงความรัก ... ไม่ง่ายเลยที่จะฟังอีกครั้งแล้วไม่ร้องไห้)
(คุณคิดว่า ตอนนี้ผมกำลังร้องไห้อยู่รึเปล่า?)