fiction

เคยคิดบ้างมั้ย?
คนรัก กับ คู่ชีวิตของเรา อาจไม่ใช่คนเดียวกัน

คนที่หัวใจเราเรียกร้อง
คนที่หัวใจเราโหยหา
คนที่เราทุ่มเทให้ได้หมดทั้งใจ
คนที่เรารักจนโงหัวไม่ขึ้น
คนที่เราไม่มีวันเกลียดลง
คนที่เรารักหมดหัวใจ

... กับ ...

คนที่เป็นชีวิตของเรา
คนที่จะเคียงข้างเมื่อเราเหงา
คนที่คอยช่วยเราแก้ปัญหา
คนที่คอยดูแลเอาใจใส่ตลอดเวลา
คนที่ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆนานามาด้วยกัน
คนที่จะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต

ถ้าคุณไม่โชคดีพอที่จะมีทั้งสองอย่างในคนๆเดียว
คุณจะเลือกได้มั้ย? คนไหนที่คุณต้องการอย่างแท้จริง

ใครบางคน ... คุณสามารถรักไปจนวันตาย
คุณไม่มีวันลบเลือนเขาออกไปจากหัวใจ
แต่ก็ไม่มีวันได้อยู่เคียงข้างกับเขา

จะเจ็บปวดกว่ามั้ย? ถ้ามีใครซักคนข้างกาย
แต่ไม่อาจมอบความรักให้เขาได้อย่างแท้จริง
คนที่จะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต แต่ไม่ได้รักเขาสุดหัวใจ

ใครคนนึง เปรียบเหมือนหัวใจ
ใครอีกคน เปรียบเหมือนกับวิญญาณ
แทบแยกจากกันไม่ออก
คุณเองรู้ดี ไม่อาจขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปได้

หากไร้หัวใจ ชีวิตก็คงไร้ค่า
แต่หากไร้วิญญาณ ทุกสิ่งก็คงสูญเปล่า

คงจะมีซักวันนึง
ที่หัวใจของผมจะพบเจอคนๆนั้น
และถ้ามีวันนั้น
ผมก็ขอให้คนรักและคู่ชีวิต เป็นคนๆเดียวกัน

อัพเรื่องนี้แล้วก็ลำบากใจเหมือนกันแฮะ
คงเป็นเศษเสี้ยวแห่งความทรงจำล่ะมั้ง
แต่ความทรงจำ ก็เป็นเพียงอดีตแหละนะ
อดีต ... ที่ไม่มีวันหวนคืน

คิดถึงที่รักที่สุดเลยนะคับ
ไม่ได้คุยกันตั้งหลายวันแล้วนะเนี่ย

ถ้าบังเอิญที่รักเข้ามาอ่าน
ผมอยากให้รู้ไว้นะ
"ผมรักคุณคนเดียว"
ผมไม่มีใครอีกแล้วนะ
ไว้ใจผม เชื่อใจผมนะคับ
คิดถึงที่รักที่สุดเลยนะ รู้ป่าว?

 

:: Prelude ::

By : pa-ko

หากบทเพลงรัก จำต้องดำเนินด้วยทำนองอันเศร้าสร้อย ผู้คนจะเลือกที่จะฟังต่อไป ... หรือจะล้มเลิกความตั้งใจ โดยไม่ใส่ใจตอนจบของบทเพลง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร บทเพลงรักจะวจบลงด้วยดนตรีแบบไหน? จะเป็นรักรันทดอกหักแสนเจ็บปวด หรือทุกอย่างจะคลี่คลาย ลงเอยด้วยหัวใจเปี่ยมรักของคนสองคนที่ได้ผ่านอุปสรรคด้วยกันมา

'วันนี้เป็นวันครบรอบ 6 เดือนที่คบกันมา ... คิดถึงเธอจังเลย น่าเสียดายที่เรามาเจอกันไม่ได้'

มือเล็กหยุดขีดเขียนดินสอในมือ ดวงตาโตใสมองทอดลงมายังหน้ากระดาษสีขาวนวล ลายมือเป็นระเบียบถูกเรียบเรียงบนเส้นบรรทัดบางๆ เหนือข้อความที่เพิ่งบันทึกลงไป มีรอยลบดินสอจางๆ ทำให้ไม่สามารถเดาข้อความที่เคยอยู่ตรงนั้นได้เลย

"แค่กๆ" มือเล็กปล่อยดินสอที่อยู่ที่มือออกกระทันหัน แล้วป้องปากไม่ให้เสียงไอดังออกมามากเกินไป

"พรุ่งนี้จะได้เจอแล้วน่า เข้มแข็งหน่อยซิ" ร่างเล็กคลายมือออกจากริมฝีปากบาง สูดหายใจลึกๆ แล้วยิ้มน้อยๆให้กับตัวเอง

ตี้ด- ตี้ด--

"ฮัลโหล"

"เป็นอะไรรึเปล่า? เสียงไม่ดีเลย" เสียงนุ่มจากอีกฝ่ายส่งมาพร้อมกับความห่วงใย

"เป็นหวัดนิดหน่อย ไม่เป็นไรมากหรอก มีอะไรรึเปล่า?"

"พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปที่คณะ พี่เอาไรเปล่า เดี๋ยวผมซื้อเข้าไปให้"

"อ่า.... ไม่ต้องหรอก เกรงใจว่ะ"

"งั้นเหมือนเดิมแล้วกันนะพี่ ถ้าไม่เอาไปให้ เดี๋ยวพี่ก็ไม่กินอะไรอีก"

"............." ปอนด์เงียบ

"งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ"

ตื้ด- ตื้ด-- ตื้ด---

"แค่กๆ แค่ก.. แค่ก" เสียงไอดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับร่างเล็กที่ห่อตัวลง

"ทำไมไม่เป็นเธอที่โทรมานะ"

เสียงดนตรีที่ค่อยๆดังขึ้นจากมุมห้อง เป็นเสียงที่ดังจากเครื่องเล่นซีดีที่ถูกตั้งเวลาไว้ แสงไฟสีแดง น้ำเงิน เหลืองกระพริบสลับกันไปมาบนสะท้อนเป็นแสงวูบวาบอยู่บนเพดาน บทเพลง Prelude เคล้าคลออยู่ข้างๆหู เสียงคีย์เปียโนที่นุ่มนวลค่อยๆชัดเจนขึ้นในโสตประสาท จังหวะอันเนิบนาบคล้ายจะช่วยบรรเทาความวุ่นวายในหัวใจ แต่ยิ่งฟัง .. ก็ยิ่งเหงา

- - - - - - - - - - - - -

"เฮ้ย!! ตัวร้อนขนาดนี้จะเรียนไหวหรอปอนด์" อ้นเพื่อนสนิทร้องขึ้นเมื่อสัมผัสตัวของปอนด์

"พาไปที่ห้องชมรมหน่อย" ปอนด์ตอบด้วยเสียงแหบแห้ง ร่ายกายอ่อนระทวยเพราะพิษไข้

"ไปห้องพยาบาลไม่ดีกว่าหรอ" อ้นเถียง

"ไม่ ไม่ ไปห้องชมรม" ปอนด์พยายามส่ายหน้าปฏิเสธ จนเพื่อนต้องยอมตามที่ต้องการ

"มายด์อยู่ไหนวะ ไม่มาดูแลเลย" อ้นพูดอย่างหัวเสีย ที่ไม่มีพบคนที่สมควรจะอยู่

เสียงเครื่องเป่าดังอื้ออึงอยู่ในความคิด อากาศรอบตัวดูเหมือนจะเย็นยะเยือกจนซึมลึกลงไปใต้ผิว ร่างเล็กคดตัวนอนสั่นอยู่ข้างกลองทิพพานี ถ้าใครไม่สังเกตคงไม่เห็นว่ามีคนนอนอยู่ตรงนี้ อุณหภูมิของร่างกายเหมือนจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ เหมือนมีบางอย่างกำลังปะทุอยู่ภายใน พิษไข้ทำให้ร่างเล็กหายใจไม่สะดวก แต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะขยับตัวออกไปจากมุมอับ ลมจากเครื่องปรับอากาศถ่ายเทไปรอบๆห้อง มีเพียงมุมนี้เท่านั้นที่จะบังความเย็นให้ได้บ้าง

"อุ้ย! พี่ปอนด์มานอนทำอะไรตรงนี้เนี่ย" รุ่นน้องคนหนึ่งสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อสายตาเหลือบมาเห็นร่างคนนอนอยู่บนพื้น

"ตกใจหมดเลย นึกว่าผี" ฟ้าเดินเข้ามาใกล้ เพื่อจะปลุกร่างเล็กที่นอนอยู่ให้รู้สึกตัว

"หวา~ พี่ปอนด์ตัวร้อนจี๋เลยนี่นา .. นี่ ใครอยู่แถวนี้บ้างมาช่วยกันหน่อยเร็ว" เมื่อสัมผัสถูกตัว ก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าอาการแย่มากแล้ว ฟ้าจึงหันไปร้องเรียกให้ใครซักคนมาช่วย

"ไหนๆ พี่ปอนด์เป็นอะไรคะ?" พลอย รุ่นน้องอีกคนรีบเข้ามาดู

"พี่เขาไม่สบาย ตัวร้อนจี๋เลย ใครมีพาราบ้าง" ฟ้าตอบแทนปอนด์ที่ยังไม่ได้สติ

"พี่ต้าร์มีๆ เมื่อวันก่อนพลอยเห็นพี่ต้าร์พกเป็นกระปุกเลย ... แต่ตอนนี้พี่ต้าร์ไปไหนไม่รู้" พลอยตอบ

"เอ้า งั้นก็หาผ้ามาเช็ดตัวพี่ปอนด์ก่อนละกัน เดี๋ยวเราไปตามพี่ต้าร์เอง" ฟ้าสั่ง แล้ววิ่งออกไปทันที

ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำเย็นจัดลูบไปตามผิวของร่างเล็ก ผ่านลำคอ หัวไหล่ และแขนผอมบาง สุดท้ายก็ถูกพับเป็นครึ่งขนาดพอดี วางทาบไว้บนหน้าผาก ร่างกายร้อนระอุสะดุ้งตอบสนองความเย็นในทันที แล้วก็เปลี่ยนเป็นหนาวสั่นในวินาทีต่อมา

"พี่ต้าร์ไปส่งพี่ปอนด์ที่บ้านหน่อยเถอะ" น้องๆที่มารุมดูรุ่นพี่ของตนนอนไม่ได้สติ ลงความเห็นกันให้รุ่นพี่คนสนิททำหน้าที่นี้

"เอ่อ... พี่ยังไม่เคยไปบ้านพี่ปอนด์เลยว่ะ เดี๋ยวโทรบอกที่บ้านเขาดีกว่าไหม?" แล้วมือหยาบกร้านแบบนักกีฬาก็กดเบอร์ในโทรศัพท์มือถืออย่างรวดเร็ว

รอหน่อยนะ พี่ปอนด์ เดี๋ยวแม่พี่ก็มารับแล้วล่ะ

- - - - - - - - - - - - -

ร่างผอมบางบนเตียงขาวนอนสยายผมสีน้ำตาลอ่อนที่ดูเข้มจัดเมื่อตัดกับสีหน้าที่ซีดเซียว ผ้าห่มนวมหนาสีฟ้าูถูกจัดให้ปิดคลุมร่างกายทั้งหมดจนถึงคอ เหยื่อเม็ดพรายผุดขึ้นมาจากหน้าผากเหมือนกับว่า ร่างนี้อยู่ในเตาอบก็ไม่ปาน

เมื่อผ้าม่านถูกชักให้เปิดออก แสงแดดยามเช้าก็ส่องเข้ามาปะทะเปลือกตาบอบบาง จนร่างเล็กต้องหันหนี

ปอนด์ ตื่นขึ้นมากินข้าวกินยาซะก่อนซิลูก หญิงสูงไวในชุดกระโปรงสีเลือดหมูหรูหรา เดินถือถาดอาหารเข้ามา มีสำรับข้าวต้มกับถ้วยแก้วใสใบเล็ก พร้อมกับน้ำเปล่าในแก้วสูงที่ส่งควันลอยกรุ่นขึ้นมา

คุณแม่จะไปไหนครับ? ร่างเล็กเงยหน้าออกจากผ้าห่มขึ้น แล้วค่อยๆขยับตัวขึ้นมานั่ง

ประชุมด่วนที่สิงคโปร์น่ะ แม่ต้องรีบไปแล้ว ต้องเช็คอินตอนแปดโมง ป่านนี้รถยังไม่มารับอีก เธอพูดแกมบ่น พลางจัดแจงวางถาดถาดอาหารไว้ข้างๆเตียง

อยู่คนเดียวได้ไหมปอนด์ เธอหันมาถามลูก แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบ เธอจึงยิ้มน้อยๆแล้วเปิดประตูออกจากห้องไป

Wishing you were somehow here again.

ครับ ปอนด์ขานรับสายไปทันที

พี่ปอนด์เป็นไงบ้าง น้ำเสียงห่วงใยถามอย่างกระวนวาย

นึกแล้วเชียวว่าเป็นต้าร์ หมอบอกว่าเป็นทอนซิลอักเสบว่ะ

อ่า... งั้นพี่ปอนด์พักผ่อนเยอะๆละกัน... ไม่กวนแล้ว ต้นประโยคที่ฟังกระฉับกระเฉง เปลี่ยนเป็นเสียงอ่อยๆอย่างรวดเร็ว

เอ้ย ไม่เป็นไรหรอก พี่เพิ่งตื่นมา ไม่มีใครอยู่บ้านเลย

อยู่คนเดียวหรอ?

หม่าม้าเพิ่งออกไปธุระ ไม่รู้คราวนี้กี่วันถึงจะกลับ เสียงห้าวของผู้ชายแต่ก็มีแววน้อยใจปนอยู่

ให้ผมไปอยู่เป็นเพื่อนไหม?

เอ้ย ไม่ต้องๆ พี่อยู่ได้

งั้นเดี๋ยวตอนกลางวันผมโทรไปหานะ

อืม

วางนะครับ บาย

ทำไมไม่เป็นนายที่โทรมานะ มายด์

หากท่วงทำนองของเพลงรักถูกดูดกลืนด้วยความผิดหวังขมขื่น

บทเพลงจะเรียกว่า เพลงรัก ได้อยู่หรือเปล่า?

- - - - - - - - - - -

to be continued >>


edit @ 2007/07/20 14:24:58

ความเจ็บปวดคือเพื่อนของผม
เราเดินจูงมือกันทุกวัน

หลายๆคน อาจคิดว่า เราเป็นคู่รักกัน

แต่ไม่ใช่หรอก ... เราเป็นเพียงเพื่อนกันเท่านั้น
และเพราะเราเป็นเพื่อนกันไงล่ะ

เธอ ถึงได้ชื่อว่า ความเจ็บปวด

 


ภาพของเธอหวนเข้ามาในความคิดของผมทันที ... ป่านนี้ เธอจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ?  แต่เธอก็คงจะร่าเริง สดใสเหมือนทุกๆวันนั่นแหละ เพื่อนของผม ... หรือ คนรักเก่า ...
เราเคยคบหากันอยู่เกือบปีเชียวล่ะ เป็นความผูกพันที่ยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงคนึงของผม ... คนรักคนแรกในชีวิต ... แต่เราสองคนก็ต้องจบลง เพราะตัวผมเองที่ลังเล และปิดกั้นเธอ ทั้งๆที่เธอนั้นรักผมยิ่งกว่าใครๆ
ผมยัดเยียดความเป็นเพื่อนให้กับเธอ พร้อมกับความเย็นชาเสมือนกับที่เคยเป็นมา ..... ส่วนเธอนั้น กลับยิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยนเหมือนทุกที .....

ต่อจากนั้นไม่นาน ผมเองก็เริ่มต้นใหม่กับใครอีกคน .... และค่อยๆลดความสนใจเธอลง
ผมรู้และทราบข่าวจากเพื่อนๆ ถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอ .... และผมรู้ดี เธอกำลังเก็บซ่อนความเจ็บปวดของตัวเองเอาไว้คนเดียว
ผมจึงกลับไปใส่ใจเธออีกครั้ง เอาใจใส่อย่างเพื่อนที่แสนดี .... วั้นนั้น ผมก็ได้รู้ว่า เธอยังคงรักผมอยู่ ไม่เปลี่ยนแปลง
ความสับสนและความรู้สึกผิดในใจผม ทำให้ผมอ่อนไหว จนคนที่อยู่เคียงข้างผม ตัดสินใจจากไป ... เพื่อให้ผมได้กลับไปหาเธอ

แต่เราสองคนก็เป็นเพียงแค่เพื่อนกันเท่านั้น .... เพื่อนที่เข้าใจกัน .... ก็เท่านั้นเอง

ในขณะที่เธอค่อยๆดีขึ้น ผมกลับค่อยๆแย่ลง ... หัวใจของผมมันเรียกร้องหา คนที่เคยอยู่ข้างกาย คนที่เฝ้าดูแลเอาใจใส่ผมมาตลอด ... สุดท้าย ผมกับเธอคนนั้นก็กลับมาคบกันเหมือนเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่เราสองคนต่างก็รู้ ... ในใจผม ยังไม่สามารถลืมเธอได้เลย

แต่ก็เหมือนพระเจ้าจะกลั่นแกล้ง ... เธอที่ผมเลือก ต้องเดินทางไปอยู่ต่างประเทศ ... หัวใจผมแทบสลาย เมื่อเธอเข้ามาบอกว่า เธอเลือกที่จะไป
ผมเหมือนคนอกหัก ซึมเศร้า หมดอาลัยตายอยากอยู่เป็นพักๆ ผมอ่อนไหวเหลือเกิน จนไม่สามารถต้านทานความเหงาในหัวใจได้ ..... ผมหักหลังคนรักของผม และ กลับไปขออยู่เคียงข้างเธอคนเก่า ..... ผิดมหันต์ ผมผิดจริงๆ

 

รักสามเศร้าของผม คนรัก และเธอที่ผมปักใจ

วันที่คนรักของผมรู้เรื่อง นั่นเป็นวันที่ผมแสนจะเจ็บปวด ทรมาน .... ผมถูกคนรักต่อว่าเสียๆหายๆ คนที่บอกว่า รักผมสุดหัวใจ ทำร้ายหัวใจผมแทบไม่มีชิ้นดี .... แต่ผมกลับเจ็บปวดยิ่งกว่า เมื่อคนที่ผมรัก ร้องไห้ออกมาให้ผมรู้ .... น้ำตาของเธอทั้งสอง .... เป็นความผิดของผมเองทั้งหมด
เธอทั้งสองคนที่รักผมสุดหัวใจ ต่างพร้อมจะจากไป เพื่อให้ผมได้อยู่กับคนที่ผมเลือก คนที่ผมรัก และคนที่รักผม .... แต่ผมก็เลือกไม่ได้

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ผมไม่อาจจะคาดคิด .... เธอที่ผมรัก เข้ามาบอกผมว่า เธอขอแยกทางกับผม เพราะเธอกำลังเปิดรับคนใหม่ ... คนใกล้ตัว คนที่แสนดี ... ผมไม่รู้ว่า ตอนนั้นผมยิ้มออกมาได้อย่างไรกัน? ผมยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน และบอกเธอว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษหรอก ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ

 

ผ่านมาจนถึงวันนี้ .... ความรักของเธอกับคนที่แสนดีคนนั้น ก็เติบโตเป็นไปอย่างดี .... คล้ายๆกับความรักของผมกับคนรัก อาจต่างกันเพียงว่า หัวใจของผมกับเธอคนนี้ ต่างมีบาดแผลที่ไม่อาจลบเลือน และต่างเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไว้ข้างใน ปกปิดมันไว้ เหมือนกับแผลเป็นที่ไม่มีวันหาย
ส่วนผม เธอ และคนที่แสนดีคนนั้น .... ก็มีแต่มิตรภาพที่ดีต่อกัน .... และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป

 

 

วันนี้เพื่อนของผมเข้ามาทักทายผมอย่างเคย
เราเดินกอดคอกัน จูงมือกัน เล่นกันอย่างใกล้ชิด อย่างเพื่อนสนิททั่วไป
แต่เราอาจจะใกล้ชิดกันมากเกินไปล่ะมั้ง ผมถึงได้เจ็บแปลบๆทุกครั้ง ที่สบแววตานั้น ... แววตาที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่า ตอนนี้เธอรักใคร

แล้วผมจะรักคนที่เฝ้าแต่พูดถึงคนอื่นได้อย่างไรกันล่ะ? พวกคุณน่ะ คิดเกินเลยกันไปแล้วนะ

ก็ผมน่ะ เป็นเพื่อนกับความเจ็บปวด นี่นา